วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
iFunbox อีกหนึ่งทางเลือกในการจัดการไฟล์สำหรับ iPhone
iFunbox อีกหนึ่งทางเลือกในการจัดการไฟล์สำหรับ iPhone สำหรับบางคนยังไม่รู้ว่ายังมีโปรแกรจัดการไฟล์สำหรับ iPhone ที่ใช้ได้ดีอยู่อีกตัวหนึ่งและเป็นที่นิยมใช้กันอยู่ ก็คือ iFunbox เครื่องที่ไม่ได้เจลเบรกก็สามารถใช้ได้นะครับ ในวันนี้ผมจะมานำเสนอวิธีเอาแอปจากคอม ที่เราโหลดผ่าน iTune แล้วจะนำมาลงเครื่อง iPhone ของเรา วิธีนี้จะเหมาะกับคนที่นำเครื่องไปลงแอปจากที่ร้านมาแล้วจะมา sync กับคอมแล้วแอปจะหาย หรือใช้ไม่ได้ครับ สำหรับแอปที่จะเอาลงก็ต้องเป็น แอปที่เราโหลดผ่าน iTune จาก id ของเราเองนะครับที่จะลงได้ ส่วนที่โหลดด้วยไอดีคนอืนจะใช้ไม่ได้ครับ มาลองกันเลยดีกว่าครับ
1. โหลด iFunbox หลังจากโหดลแล้วก็ให้ติดตั้งให้เรียบร้อยครับ
2. เมื่อติดตั้งแล้วก็เสียบ iPhone ของเราเข้ากับเครื่องคอม และเปิดโปรแกรม iFunbox เราก็จะเห็นเป็นแบบนี้ครับ วิธีลงแอปก็ให้เลือกที่ Install App ครับ
หลังจากกดที่ Install App ก็ให้เราเลือกแอปที่เราต้องการลงครับ
เมื่อเลือกเสร็จแล้วโปรแกรมก็จะทำการติดตั้ง App ตัวที่เราเลือกและแจ้งว่าได้ติดตั้งเสร็๋จสมบูรณ์แล้วครับ
ง่ายหรือเปล่าครับ ไม่ยุ่งยากอะไรมากมายเลยใช่มั๊ยครับ ที่นี้คนที่ลงแอปจากที่ร้านก็ไม่ต้องมานั่งกังวลอีกต่อไปว่าแอปที่เราลงมาจะหายเมื่อเอามาต่อกับคอมแถมเรายัง ลงแอปที่เราโหลดมาจากคอมของเราเองลงในไอโฟนของเราได้อีกด้วย
ข้อควรระวัง : ก่อนที่จะทำการ sync ให้เราปิด iTune ก่อนนะครับไม่อย่างนั้นบางคนตั้ง Auto ไว้ iTuen จะ sync iPhone ของเราให้อัตโนมัติ แล้วจะเสียใจที่หลังนะครับ อิอิ
วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ใช้ Facebook อย่างปลอดภัยต้องตั้งค่าอย่างไร...คำตอบอยู่ที่นี่
ทุกวันนี้ Facebook
แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญกับชีวิตประจำวันของหลายคน
และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ Facebook ในการเข้าจู่โจม
หรือจ้องขโมยข้อมูลของผู้ใช้งานที่ไม่ได้ระมัดระวังความปลอดภัยของตัวเอง
โดยจากการสำรวจพบว่าผู้ใช้เกือบ 13 ล้านคนในอเมริกาไม่เคยตั้งค่า
หรือไม่เคยรู้เลยว่า Facebook สามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ และมีเพียง
37 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ใช้ประโยชน์จากการตั้งค่านี้
และนอกจาก ใน อเมริกาแล้วพบว่าปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Facebook ทั่วโลกแล้วมากกว่า 900 ล้านคนซึ่งมีจำนวนมากกว่าประชากรในประเทศส่วนใหญ่เสียอีก และส่วนใหญ่ใช้การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเริ่มต้นที่ถูกกำหนดจาก Facebook เป็นผู้เท่านั้น จึงไม่แปลกใจเลยที่ Facebook จะเป็นแหล่งเข้าจู่โจมแหล่งใหญ่ และสะดวกที่สุดของเหล่าผู้ไม่ประสงค์ดี ดังนั้นวันนี้ ESET จึงขออนุญาตแนะนำวิธีการตั้งค่าดังนี้ครับ
ปกป้องตัวคุณเอง
เมื่อ Log in เข้า Facebook คุณจะสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัว (Privacy Setting) ได้โดยกดเครื่องหมายลูกศรด้านข้างเมนู Home ทางด้านขวาบนของหน้าเพจ
และนอกจาก ใน อเมริกาแล้วพบว่าปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Facebook ทั่วโลกแล้วมากกว่า 900 ล้านคนซึ่งมีจำนวนมากกว่าประชากรในประเทศส่วนใหญ่เสียอีก และส่วนใหญ่ใช้การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเริ่มต้นที่ถูกกำหนดจาก Facebook เป็นผู้เท่านั้น จึงไม่แปลกใจเลยที่ Facebook จะเป็นแหล่งเข้าจู่โจมแหล่งใหญ่ และสะดวกที่สุดของเหล่าผู้ไม่ประสงค์ดี ดังนั้นวันนี้ ESET จึงขออนุญาตแนะนำวิธีการตั้งค่าดังนี้ครับ
ปกป้องตัวคุณเอง
เมื่อ Log in เข้า Facebook คุณจะสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัว (Privacy Setting) ได้โดยกดเครื่องหมายลูกศรด้านข้างเมนู Home ทางด้านขวาบนของหน้าเพจ
เมื่อเข้ามาแล้วก็จะพบว่าค่าเริ่มต้นจะอยู่ที่ “Public” (สำหรับคนที่ไม่เคยตั้งค่าอะไรเลย)
จาก ตรงนี้คุณสามารถตั้งค่าได้ด้วยตัวเองตามหัวข้อในแต่ละบรรทัดด้านล่าง แต่เราขอแนะนำให้เลือกเป็น “Custom” ดีกว่า ซึ่งเมื่อกดเลือกที่ Custom แล้วจะมีหน้าต่างปรากฎตามค่าเริ่มต้นขึ้นมาดังนี้
คุณ สามารถเปลี่ยนเป็นค่าอื่นได้ตามใจ โดยอาจกำหนดรายชื่อเฉพาะคนที่สามารถมองเห็นโพสของคุณ หรือกำหนดรายชื่อที่คุณไม่ต้องการให้มองเห็นโพสของคุณก็ได้ แต่ถ้าหากต้องการความปลอดภัยสูงสุดสามารถเลือกที่ “Only Me” นั่นหมายถึงมีแต่คุณเท่านั้นที่มองเห็นโพส ซึ่งถ้าหากต้องการแชร์ข้อมูล หรือรูปภาพใดๆก็สามารถระบุได้ภายหลังว่าจะให้ใครมองเห็นได้บ้าง
เมื่อ เลือกแล้วจะพบหน้าต่างลักษณะนี้ และจะสังเกตว่าถึงแม้ว่าจะตั้งเป็น Only Me แล้วก็ตามแต่ถ้าคุณ Tag รูปไปหาเพื่อน เพื่อนก็จะสามารถมองเห็นรูปนั้นได้เช่นกัน
ต่อมามาดูในส่วนการตั้งค่าการแชร์ข้อมูลส่วนตัวให้คนอื่นเห็น เริ่มต้นที่ Edit Setting ในหัวข้อ How You Connect
การตั้งค่าเริ่มต้นจะถูกตั้งค่าอยู่ที่ “Everyone” ตามรูปด้านล่าง
บรรทัด แรกคือการตั้งค่าให้คนอื่นสามารถค้นหาโดยใช้เห็นอีเมลล์ และเบอร์โทรศัพท์ที่คุณให้ข้อมูลไว้ได้ ต่อมาคือการตั้งค่าในการส่งคำขอเป็นเพื่อน และบรรทัดสุดท้ายคือการตั้งค่าในการส่งข้อความใน Facebook เราขอยกตัวอย่างการเปลี่ยนค่าดังรูปด้านล่างครับ
หลังจากกด Done แล้วกลับมาที่หน้าตั้งค่าแล้ว ไปตั้งค่าที่ “Profile and Tagging” กันต่อครับ
ตรง นี้เราสามารถกำหนดได้ว่าใครสามารถมาโพสที่หน้า Wall คุณ, มองเห็นโพสที่คุณถูก Tag ใน Profile ได้หรืออื่น ๆ ตามรูปจะเป็นค่าเริ่มต้นที่ Facebook กำหนดมา โดยบรรทัดแรกคือการกำหนดบุคคลที่สามารถมาโพสที่หน้า Wall ของคุณ ต่อมาคือการกำหนดบุคคลที่สามารถมองเห็นโพสอื่น ๆ บนโปรไฟล์ของคุณ บรรทัดที่สามคือการตั้งค่าให้คุณตอบอนุญาตก่อนที่รูปที่คุณโดนแท็กจะปราก ฎบน โปรไฟล์ ต่อมาเป็นการตั้งค่าบุคคลที่สามารถมองเห็นโพสที่คุณถูก Tag บนหน้าโปรไฟล์ของคุณ บรรทัดที่ห้าคือการตั้งค่าให้คุณตอบอนุญาตก่อนในกรณีที่เพื่อน Tag ชื่อเพิ่มในโพสของคุณ และสุดท้ายคือการตั้งค่า tag suggestion เมื่อมีคุณอยู่ในรูปนั้น
เราขอลองเปลี่ยนค่าให้เป็นส่วนตัวมากขึ้นตามด้านล่าง
หัว ข้อต่อมาคือการเปลี่ยนความเป็นส่วนตัวของโพสเก่า ๆ ทั้งหมดให้เป็นไปตามที่เราเพิ่งตั้งค่าเมื่อกี้นี้ ซึ่งเมื่อกดเลือกจะมีหน้าต่างขึ้นมาเตือนอีกครั้งหนึ่ง
สรุป:การ ตั้งค่าเหล่านี้คือการป้องกันพื้นฐาน ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมความปลอดภัยในข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ได้ ซึ่งจะสังเกตว่าการตั้งค่าไม่ได้ใช้เวลา หรือความซับซ้อนมากมายนักและคงจะเป็นการดีกว่าการมานึกเสียดายหลังจาก ข้อมูล หรือรูปภาพส่วนตัวของคุณถูกขโมยไปทำให้คุณเสียหายไปแล้ว
ขอบคุณข้อมูล จากคุณ : ESET Thailand
Facebook Camera แอปพลิเคชั่นกล้องโดยตรง จาก Facebook สำหรับคนรักการถ่ายภาพอัพลงเฟสโดยเฉพาะ
เฟสบุ๊คได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่นกล้องโดยตรง ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ง่ายและรวดเร็วต่อการอัพโหลดรูปภาพไปยังโซเชีย ลเน็ตเวิร์ก โดยที่ยังสามารถแก้ไขรูปภาพและค้นหาเพื่ออัพโหลดไปยังเพื่อนของคุณได้อีก ด้วย
โดยเมื่อผู้ใช้เปิดกล้อง
พวกเขาจะสามารถเห็นรูปภาพต่างๆที่เพื่อนหรือครอบครัวของพวกเขาได้ทำการอัพ
โหลดไว้
ซึ่งเมื่อรูดไปที่ด้านข้างก็จะเผยภาพที่มากขึ้นในขณะที่เมื่อแตะที่ภาพก็จะ
เป็นการขยายภาพให้มีขนาดใหญ่
โดยแอปฯดังกล่าวยังจะช่วยให้ผู้ใช้อัพโหลดรูปภาพทีหลายๆภาพพร้อมกันในครั้ง
เดียว แทนที่จะต้องมานั่งกดอัพโหลดรูปทีละภาพเหมือนอย่างแต่ก่อน
ซึ่งกระบวนการง่ายๆทำได้โดย
การแตะที่เครื่องหมายถูกที่ภาพที่ต้องการจะอัพโหลดในอัลบั้มภาพของคุณ
โดยจะยังมีตัวเลือกให้สามารถเลือกแท๊กเพื่อนหรือเพิ่มคำอธิบายใต้ภาพก่อนที่
จะเผยแพร่ออกสู่สาธารณะชนได้อีกด้วย
โดยทีมงานยังได้แก้ไขคุณสมบัติพื้นฐานบางอย่าง อย่างเช่น
ความสามารถในการตัด, หมุน และเลือกใส่ฟิลเตอร์จากทั้งหมดสูงสุด 15
ฟิลเตอร์ด้วยกัน โดยแอปฯดังกล่าวจะไม่มีการใช้คุณสมบัติใดๆเลยที่ดึงมาจาก
Instagram เนื่องจากข้อตกลงยังไม่ได้รับการสรุป โดย Facebook Camera
สามารถหาดาวน์โหลดได้แล้วผ่านทาง App Store สำหรับผู้ใช้ไอโฟน (รุ่น 3จีเอส
หรือรุ่นสูงกว่า), ไอแพด (ทุกรุ่น ยกเว้นรุ่นแรก) และไอพอดทัชเจนสี่
โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
แต่ทั้งนี้ยังเป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับชาวแอนดรอยด์ที่ยังไม่มีวี่แวว
ว่าจะมาถึงเมื่อไร
ที่มา : pantip
RIM ปฏิเสธแผนการอนุญาตการใช้ลิขสิทธิ์ BBM
หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวก่อนหน้านี้ที่ระบุ ว่า ริมกำลังพิจารณาขั้นตอนการอนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ BlackBerry Messenger ลงบนสมาร์ทโฟนคู่แข่ง ล่าสุด มีการยืนยันออกมาแล้วว่า ริมได้ปฏิเสธแผนการอนุญาตการใช้ลิขสิทธิ์ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย BlackBerry Messenger หรือ BBM นั้น คือ โปรแกรมการสนทนาที่มีการเข้ารหัส, เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของรีเสิร์จ อิน โมชั่น และเป็นบริการข้อความบนอินเทอร์เน็ตที่เข้ามามีบทบาทแทนที่การส่งข้อความ สั้นหรือ SMS แบบดั้งเดิมบนโทรศัพท์ทั่วไป
สำหรับแผนการดังกล่าว
เป็นที่รู้จักกันดีในนามของ 'SMS 2.0' ที่ซึ่งถูกยกการพิจารณา
เนื่องจากต้นสังกัดมีความเป็นกังวลว่าคู่แข่งที่สามารถเข้าถึง BBM ได้
จะทำให้แบล็คเบอร์รี่โอเอสมีความน่าสนใจลดน้อยลง เนื่องจาก BBM
ถือเป็นหนึ่งในทรัพย์สินของริมที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
ด้วยยอดผู้ใช้จากเดิม 5.3 ล้านคน เป็น 55 ล้านคน ตั้งแต่ปี 2009
ก่อนที่มาร์เก็ตแชร์ของสมาร์ทโฟนจะค่อยๆ ลดลงจาก 50% เหลือน้อยกว่า 10%
ตามการประเมินจากบริษัทวิจัยไอดีซีเมื่อเร็วๆ นี้ แต่อย่างไรก็ดี
ถึงแม้ริมจะยังคงมีท่าทีที่อ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่องในตลาด
และพลาดท่าให้แอนดรอยด์ และแอปเปิ้ลช่วงชิงตลาดได้
แต่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากแคนาดาก็ยังคาดหวังว่าระบบปฏิบัติการตัวใหม่
BlackBerry OS 10 ที่กำลังจะมาพร้อมกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ
จะสามารถเขย่าอุตสาหกรรมให้กระเตื้องขึ้นได้
ที่มา : pantip
วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
อภิมหา Wi-Fi เร็วสุดยอด
ทุกวันนี้คนใช้อินเตอร์เน็ตในการโหลดข้อมูลและสื่อดิจิตอลเพิ่มมากขึ้น
ทุกปี
นั่นทำให้ความต้องการความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จาก Tokyo Institute of Technology ประเทศญี่ปุ่นได้ประสบความสำเร็จในการทำลายสถิติความเร็วของ Wi-Fi ที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 15-20 เท่า ถือว่าเร็วกว่ามาตรฐาน 802.11ac Wi-Fi รุ่นต่อไป ด้วยการใช้ย่านความถี่ Terahertz band ที่ยังไม่มีการควบคุมมาใช้ส่งข้อมูล ทางนักวิจัยได้ทำความเร็วไปแตะที่ 3GB ต่อวินาที ซึ่งทำลายสถิติเดิมที่ 1.5GB/วินาทีที่บริษัท ROHM ทำไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2011 ว่ากันตามทฤษฎีแล้ว Terahertz band ยังมีที่ว่างมากพอเพื่อไปแตะความเร็วที่ 100GB ต่อวินาทีได้ซึ่งสถิติใหม่ที่ทำได้ยังห่างไกลจากจุดนั้นอีกมากมาย
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จาก Tokyo Institute of Technology ประเทศญี่ปุ่นได้ประสบความสำเร็จในการทำลายสถิติความเร็วของ Wi-Fi ที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 15-20 เท่า ถือว่าเร็วกว่ามาตรฐาน 802.11ac Wi-Fi รุ่นต่อไป ด้วยการใช้ย่านความถี่ Terahertz band ที่ยังไม่มีการควบคุมมาใช้ส่งข้อมูล ทางนักวิจัยได้ทำความเร็วไปแตะที่ 3GB ต่อวินาที ซึ่งทำลายสถิติเดิมที่ 1.5GB/วินาทีที่บริษัท ROHM ทำไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2011 ว่ากันตามทฤษฎีแล้ว Terahertz band ยังมีที่ว่างมากพอเพื่อไปแตะความเร็วที่ 100GB ต่อวินาทีได้ซึ่งสถิติใหม่ที่ทำได้ยังห่างไกลจากจุดนั้นอีกมากมาย
ย่านความถี่ Terahertz band หรือที่รู้จักกันในชื่อ T-Rays
ซึ่งปัจจุบันถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ด้านการวิจัย สิ่งที่เหมือนกับคลื่น
X-Rays ก็คือ
เราสามารถใช้คลื่นนี้เคลื่อนที่ทะลุผ่านวัตถุเพื่อสร้างเป็นภาพออกมาได้
แต่อย่างไรก็ตาม T-Rays จะทิ้งพลังงานตกค้างน้อยกว่า X-Rays
จึงทำให้มีความปลอดภัยในการใช้งานมากกว่า ก่อนหน้าที่จะมีการพัฒนาอุปกรณ์
สำหรับย่านความถี่ Terahertz โดยนักวิจัยญี่ปุ่นครั้งนี้
เทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการส่ง T-Ray
ยังห่างไกลต่อการนำมาใช้กับเร้าท์เตอร์หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่อย่าง
แล็ปท็อป, แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน
แต่อุปกรณ์เวอร์ชั่นที่ทางทีมนักวิจัยของญี่ปุ่นได้พัฒนาขึ้นมาครั้งนี้ถือ
ว่าเป็นอีกก้าวที่ยิ่งใหญ่ในการผลักดันให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการนำย่าน
ความถี่ Terahertz band
มาใช้ในเชิงพาณิชย์ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในบ้านหรือหน่วยงานธุรกิจ
แม้ว่าตอนนี้การส่งสัญญาณผ่าน Terahertz band ยังใช้งานได้ในระยะทางไม่เกิน 30 ฟุต แต่มันก็ยังเพียงพอต่อการสร้างระบบความบันเทิงไร้สายภายในบ้าน ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถตั้งอุปกรณ์ Terahertz band เอาไว้ข้างๆอินเตอร์เน็ตทีวี เพื่อดาวน์โหลดภาพยนตร์ระดับ Full HD 1080p ภายในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น ถ้าหากอุตสาหกรรม consumer electronics ประสบความสำเร็จในการตอกย้ำให้ผู้บริโภคอัพเกรดระบบทีวีให้กลายเป็นระบบ 4K television ที่ความละเอียดสูงกว่า Full HD ภายในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้าแล้ว Terahertz band ก็จะมีประโยชน์อย่างมหาศาล เช่น คุณสามารถดาวน์โหลดตัวอย่างภาพยนตร์ขนาด 500GB ได้ในเวลาแค่สองนาทีครึ่งเท่านั้น
VIA dailygizmo.tv digitaltrends
แม้ว่าตอนนี้การส่งสัญญาณผ่าน Terahertz band ยังใช้งานได้ในระยะทางไม่เกิน 30 ฟุต แต่มันก็ยังเพียงพอต่อการสร้างระบบความบันเทิงไร้สายภายในบ้าน ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถตั้งอุปกรณ์ Terahertz band เอาไว้ข้างๆอินเตอร์เน็ตทีวี เพื่อดาวน์โหลดภาพยนตร์ระดับ Full HD 1080p ภายในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น ถ้าหากอุตสาหกรรม consumer electronics ประสบความสำเร็จในการตอกย้ำให้ผู้บริโภคอัพเกรดระบบทีวีให้กลายเป็นระบบ 4K television ที่ความละเอียดสูงกว่า Full HD ภายในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้าแล้ว Terahertz band ก็จะมีประโยชน์อย่างมหาศาล เช่น คุณสามารถดาวน์โหลดตัวอย่างภาพยนตร์ขนาด 500GB ได้ในเวลาแค่สองนาทีครึ่งเท่านั้น
iPad: 10 วิธีใช้งาน iPad โหด-มันส์-ฮาเกินคำบรรยายที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน
iPad อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite ขึ้นชื่อว่า iPad แล้วหนุึ่งในคำบรรยายที่ Apple ชอบนำมาพรรณนาถึงแท็บเล็ตหมายเลขหนึ่งของพวกเขาก็คือ Magic หรือความมหัศจรรย์ของ iPad ในมือคุณที่สามารถเป็นได้ทุกอย่างดั่งใจปรารถนา
แต่ใครจะไปคาดคิดละครับว่าในวันนี้ป๋าจะได้ไปรวบรวมเอาอีก 10 วิธีการแปลกๆในการใช้งาน iPad ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน แต่รับประกันความโหด-มันส์-ฮาได้เลยว่าเต็มเปี่ยม 100% ถูกใจสาวก Apple ระดับฮาร์ดคอร์กันแน่นอน 55555+
1. ใช้งาน iPad เป็น Skateboard
2. ใช้งาน iPad เป็นกีตาร์ไฟฟ้า
3. ใช้งาน iPad เป็นไฟสัญญาณจราจร
4. ใช้งาน iPad เป็นเครื่องเสียงในรถยนต์
5. ใช้งาน iPad เป็น Windows 95 PC
6. ใช้งาน iPad เป็นคอสตูมวัน Halloween
7. ใช้งาน iPad เป็นอุปกรณ์ประดับรถมอเตอร์ไซค์
8. ใช้งาน iPad เป็นเครื่องพิมพ์ดีด
9. ใช้งาน iPad เป็นตู้เกมส์พินบอล
10. ใช้งาน iPad เป็นตาชั่งน้ำหนัก
บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite
ที่มา: phonearena
Apple คว้าสิทธิ์เว็บ iPhone5.com มาครองล่วงหน้าแล้วจ้า!
iPhone 5 อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite หลังจากต่อสู้กันมาเป็นระยะเวลายาวนานร่วมครึ่งค่อนปี ในที่สุด Apple ก็ได้รับไฟเขียวจากองค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลกหรือ World Intellectual Property Organization (WIPO) ให้ได้รับสิทธิ์ครอบครองชื่อโดเมนเว็บไซต์ iPhone5.com เป็นผลสำเร็จ โดย Apple ได้มอบหมายให้บริษัท Corporation Service Company เป็นตัวแทนของพวกเขาในการเริ่มจัดการธุระเรื่องชื่อโดเมนดังกล่าวแล้ว
โดยก่อนหน้านี้เว็บไซต์ iPhone5.com เป็นเว็บบอร์ดเล็กๆเกี่ยวกับ iPhone 5 ที่มีผู้สร้างขึ้นมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2010 ภายหลังการวางจำหน่าย iPhone 4 ในปีดังกล่าวเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งทาง Apple นั้นคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะต้องทวงสิทธิ์เหนือชื่อโดเมนเว็บไซต์ดังกล่าว กลับมาเป็นของตัวเองให้จงได้ เพราะต่อให้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่า Apple อาจเปลี่ยนใจหันไปเรียกสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ของพวกเขาว่า New iPhone เลียนแบบ New iPad (จากเดิม iPad 3) แต่ชื่อที่ฮิตติดปากชาวบ้านชาวช่องไปแล้วก็ยังคงเป็นคำว่า iPhone 5 อยู่ดีนั่นเอง
ขณะเดียวกันจากการไปสำรวจในโลกออนไลน์มาปรากฏว่าเว็บไซต์ iPhone6.com นั้นยังไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของแต่อย่างใด ส่วนจะมีใครกล้าไปจดรอ Apple มาฟาดงวงฟาดงาใส่ในภายหลังหรือเปล่า...อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ :P
บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite
ที่มา: macrumors
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






